Portfolio of academic science experiences for early childhood 2556
วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ครั้งที่ 26 บ้านนักวิทยาศาจร์น้อย ตอน : ความลับของใบบัว
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
เวลา 08.30 -12.20 น. ครั้งที่ 26
....................................................
ตอน : ความลับของใบบัว
อุปกรณ์การทดลอง ดังนี้
1. ใบบัว
2. น้ำ
3. น้ำผึ้ง
4. นม
5. ใบตอง
ขั้นตอนการทดลอง มีดังนี้
1. หยดน้ำลงบนใบบัว สังเกตการทดลอง
2. เปลี่ยนจากน้ำเป็นน้ำผึ้งและหยดลงใบบัวเช่นเดิม สังเกตการทดลอง
3. เปลี่ยนจากน้ำผึ้งเป็นนมและหยดลงใบบัวเช่นเดิม สังเกตการทดลอง
4.จากนั้นทำทุกอย่างเช่นเดิม แต่เปลี่ยนเป็นใบตองแทน สังเกตการทดลอง
Concept
เพราะพื้นผิวของใบบัวมีคุณสมบัติพิเศษ ทำให้น้ำหรือของเหลว ไม่สามารถเกาะที่ใบได้ โครงสร้างขนาดเล็กของใบบัวมีความขรุขระ มีปุ่มขนาดเล็กๆ จำนวนมาก แถมยังปกคลุมสารที่มีความมัน จึงทำใหใบบัวมีคุณสมบัตืที่ไม่มีการเปียกน้ำ
วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ครั้งที่ 25 บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ตอน : ปาฎิหาริย์เทียนลอยน้ำ
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
เวลา 08.30 -12.20 น. ครั้งที่ 25
................................................................
ตอน : ปาฎิหาริย์เทียนลอยน้ำ
อุปกรณ์การทดลอง มีดังนี้
1. เทียน
2. ไม้ขีด
3. น้ำ
4. แก้วน้ำ
5. จาน
ขั้นตอนการทดลอง มีดังนี้
1. นำเทียนวางลงบนจาน
2. ใช้ไม้ขึดจุดไฟลงบนเทียน
3. นำแก้วมาครอบเทียน เทียนจะดับ
4. ทำการทดลองเช่นเดิมแต่เทน้ำแดงลงไป และจุดไฟลงบนเทียน
5. นำแก้วครอบจะพบว่า เทียนไม่ดับ
Concept
ไฟได้เผาออกซิเจนอากาศในแก้วให้หมดลงไป ไฟก็เลยดับ เมื่ออากาศในแก้วน้อยแรงดันอากาศในแก้วก็จะลดลง ซึ่งอากาศนอกแก้วมีแรงดันมากกว่า ก็เลยดันน้ำที่อยู่นอกแก้ว เข้าไปอยู่ในแก้วนั้นเองเทียนก็เลยลอยได้
สิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวัน
เมื่อเราต้องการดับไฟ ขณะเกิดเพลิงไหม้ นักดับเพลิงจะใช้วิธีการหนึ่งคือการลดปริมาณออกซิเจนในที่เกิดเหตุโดยการฉีดน้ำหรือสารเคมี เช่นไนโครเจน หรือคาร์บอนไดร์ออกไซต์ เมื่อไฟไม่มีออกซิเจนช่วยในการเผาไหม้ไฟก็จะดับลงในที่สุด
ครั้งที่ 24 บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ตอน ลูกโป่งร้องเพลง
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
เวลา 08.30 -12.20 น . ครั้งที่ 24
......................................................
ตอน : ลูกโป่งร้องเพลง
อุปกรณ์การทดลอง มีดังนี้
ลูกโป่ง
ขั้นตอนการทดลอง มีดังนี้
1. เป่าลูกโป่ง
2. ค่อยบีบลูกโป่ง
Concept
เมื่ออากาศในลูกโป่งไหลผ่านช่องแคบๆอย่างปากลูกโป่งจะทำมห้เกิดการสั่นสะเทือนทางปากลูกโป่งทั้งด้านล่างและด้านบน เมื่อดึงปากลูกโป่งใหแคบลงการสั่นสะเทือนจะเร็วขึ้นจะทำให้เกิดเสียงสูง แต่เมื่อปล่อยให้ปากลูกโป่งหย่อนลงช่องในปากลูกโป่งจะกว้างขึ้นอากาศที่ไหลผ่านจะทำให้สั่นช้าลงทำให้เกิดเสียงต่ำนั้นเอง
สิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวัน
ในโลกของดนตรี มีเครื่องดนตรีหลายชนิดที่อาศัยหลักของลม เช่น ขลุ่ย ปี่ เป็นต้น เมื่อมีอากาศหรือลมจากปากนักดนตรีไหลผ่าน จะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนได้ยินเป็นเสียงดนตรี ส่วนเสียงสูง เสียงต่ำที่แตกต่างกัน เกิดจากการควบคุมปริมาณลมในการเป่า รวมทั้งรูปร่างและกลไกของเครื่องดนตรีด้วย
ครั้งที่ 23 บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ตอน : จมหรือลอย
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
เวลา 08.30 - 12.20 น. ครั้งที่ 23
......................................................................
ตอน : จมหรือลอย
อุปกรณ์การทดลอง มีดังนี้
1. ตู้ปลาใส่น้ำ
2. ลูกปิงปอง
3. ก้อนหิน
4. ลูกกอล์ฟ
5. ไม้บล๊อก
6.
ขั้นตอนการทดลอง มีดังนี้
นำอุปกรณ์ทุกอย่างพลัดกันใส่ลงไปในตู้ปลาและสังเกตการทดลอง
การที่สิ่งของต่างๆจมหรือลอยได้นั้น ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของชนิดของนั้นๆ ถ้าสิ่งของมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำ สิ่งของก็จะจม แต่ถ้าชนิดสิ่งของมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ สิ่งของก็จะลอยได้นั้นเอง
สิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวัน
เราสามารถนำมาประดิษฐ์สิ่งของในชีวิตประจำวันได้ เช่น ทุ่นที่ทำให้แพลอยได้ หรือทุ่นในทะเล ที่ใช้บอกตำแหน่งของน้ำลึก ทุ่นพวกนั้นจะใช้วัสดุที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำจึงลอยน้ำได้
ครั้งที่ 22 บ้านนักวิทยาศาตร์น้อย ตอน : ซุปหางมังกร
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
เวลา 08.30 - 12.20 น. ครั้งที่ 22
.......................................................
ตอน : ซุปหางมังกร
อุปกรณ์การทดลอง มีดังนี้
1. ข้าวโพด
2. เมล็ดพริกไทย
3. กรวด
4. น้ำเปล่า
5. น้ำมัน
6. น้ำแดง
7. แก้ว
8. ขวดโหล
ขั้นตอนการทดลอง มีดังนี้
1. นำเมล็ดข้าวโพดใส่ลงไปในแก้วที่มีน้ำอยู่ สังเกตการทดลอง
2. นำเมล็ดพริกไทยใส่ลงไปในแก้วที่มีน้ำอยู่ สังเกตการทดลอง
3. นำกรวดใส่ลงไปในแก้วที่มีน้ำอยู่ สังเกตการทดลอง
4. นำขวดโหลที่มีน้ำเปล่าอยู่มาตั้งบนโต๊ะ จากนั้นเทนำมันลงไปในขวดโหลและเชย่า สังเกตการทดลอง
5. จากนั้นเปลี่ยนจากขวดโหลน้ำเปล่าเป็นขวดโหลน้ำแดง แล้วเทน้ำมันลงไปและเขย่า สังเกตการทดลอง
วัตถุที่มีน้ำหนักมากกว่าน้ำอย่างก้อนกรวด เมล็ดข้าวโพด เมล็ดพริกไทย จะจมน้ำ แต่น้ำมันมีน้ำหนักน้อยกว่าน้ำจึงลอยตัวอยู่บนผิวน้ำได้ แม้เราจะเขย่าขวดจนน้ำมันแตกตัวเป็นฟองอากาศเล็กๆแต่เมื่อทิ้งไว้สักครู่ น้ำมันก็จะจับตัวกันอยู่บนผิวน้ำเหมือนเดิม
สิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวัน
สังเกตได้ง่ายๆจาก น้ำของแกงจืด แกงเผ็ด ที่รับประทานเป็นประจำ เราจะเห็นส่วนที่เป็นน้ำมันจะลอยตัวอยู่เสมอๆๆ ไงละคะ
ครั้งที่ 21 บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
เวลา 08.30 - 12.20 น. ครั้งที่ 21
....................................................
ตอน : ไม่มีสวิตซ์ไฟจะปิดอย่างไรดี
อุปกรณ์การทดลอง มีดังนี้
1. ฐานหลอดไฟและหลอดไฟดวงเล็ก
2. ถ่านไฟฉายชนิดแบน
3. สายไฟชนิดที่มีตัวหนีบปากจระเข้
ขั้นตอนการทดลอง มีดังนี้
1. นำสายไฟเสียบเข้ากับฐานหลอดไฟและนำปลายที่มีตัวหนีบมาหนีบเข้ากับขั้วถ่านไฟฉาย
2. และจบพบว่ามีดวงไฟที่ติดทันที
3. หนีบปากจระเข้เข้ากับขั้วหลอดไฟฉายและเชื่อมสายไฟโดยการหนีบปากจระเข้ไว้ที่หมุดเหล็ก
Concept
ที่โคมไฟจิ๋วติดและดับได้ก็เพราะว่า เกิดจากการเปิดสวิตซ์นั้นเอง เพราะกระแสไฟสามารถไหลผ่านจากถ่านไฟฉายไปตามสายไฟและเช้าสู่หลอดไฟได้ แต่เมื่อปิดสวิตซ์วงจรไฟฟ้าก็ถูกตัดขาดกระแสไฟจึงไม่สามารถเดินทางไปสู่หลอดไฟได้
วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ครั้งที่ 20 สรุปวิจัย เรื่อง การคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์
วิชา การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
เวลา 08.30 - 12.20 น. ครั้งที่ 20
..........................................................
..........................................................
วิจัยเรื่อง
การคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์
สรุปได้ตังต่อไปนี้
ความมุ่งหมายของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาระดับการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรม
วิทยาศาสตร์โดยจําแนกรายด้าน ดังนี้การวิเคราะห์ การใช้เหตุผล การสังเคราะห์
การประเมินค่า
2. เพื่อเปรียบเทียบการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัด
กิจกรรมวิทยาศาสตร์
ความสําคัญของการวิจัย
เป็นแนวทางสําหรับครูในการนํากิจกรรมวิทยาศาสตร์มาใช้สําหรับเด็กปฐมวัยเพื่อพัฒนาการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางในการ
พัฒนาปรับปรุงรูปแบบการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยเกิดการคิดได้เต็มตามศักยภาพ
ตามจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาให้มี
ประสิทธิภาพ
ขอบเขตของการวิจัย
ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือเด็กปฐมวัย ชาย – หญิงอายุระหว่าง 5 – 6 ปี
ซึ่งกําลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 ของโรงเรียนเทศบาลวัดเนิน
สุทธาวาส (สุทธิพงษ์ประชานุกูล) อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรีสังกัดสํานักการศึกษาเทศบาลเมืองชลบุรี
จํานวน 50 คน
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัย ชาย – หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปี
กําลังศึกษาอยูในระดับอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 ของโรงเรียนเทศบาลวัดเนิน
สุทธาวาส (สุทธิพงษ์ประชานุกูล) อ.เมืองชลบุรีจ.ชลบุรีสังกัดสํานักการศึกษาเทศบาลเมืองชลบุรี
สรุปผลการวิจัย
จากผลการทดลอง พบว่า เด็กปฐมวัยมีการคิดวิจารณญาณทั้งในภาพรวมและรายด้าน
สูงขึ้นกว่าก่อนได้รับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ซึ่งเป็นไป
ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ช่วยส่งเสริมการคิดวิจารณญาณ
ของเด็กปฐมวัยให้พัฒนาอยู่ในระดับที่ดีขึ้นทั้งนี้สามารถอภิปรายได้ดังนี้
การที่เด็กปฐมวัยมีการคิดวิจารณญาณสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์
เพราะรูปแบบการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เด็กเป็นผู้ลงมือปฏิบัติการทดลองด้วยตนเอง เด็กได้
สํารวจวัสดุอุปกรณ์จําแนก บอกรายละเอียด ความเหมือน ความแตกต่างของ
วัสดุอุปกรณ์ตาม
ลักษณะและคุณสมบัติ การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์จะเน้นการปฏิบัติทดลองรูปแบบกิจกรรม
เนื้อหาสอดคล้องกับวัยและวุฒิภาวะในการเรียนรู้ของเด็ก
เป็นการจัดประสบการณ์ตรงที่เปิดโอกาส
ให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุสิ่งของ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้เด็กมีโอกาสได้ฟังสังเกต คิด
แก้ปัญหาใช้เหตุผลและฝึกปฏิบัติทําให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดในเรื่องที่เรียน ในการจัดกิจกรรม
แต่ละครั้งเด็กสามารถเรียนรู้ได้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการเคลื่อนไหวสํารวจเล่น สังเกต
สืบค้น ทดลองและคิดแก้ปัญหา
ด้วยตนเอง ในขณะที่เด็กทําการทดลองจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่
เกิดขึ้น และคิดหาเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงระหว่างการทดลองที่เกิดขึ้น ซึ่งได้จากการสังเกตและ
ประสบการณ์เดิมของเด็กเอง แล้วเด็กร่วมกันสรุปผลการทดลองที่เกิดขึ้น เด็กช่วยกันคิดและ
หาข้อสรุปที่ได้จากการสังเกตผลการทดลองอย่างมีเหตุมีผลตามความเข้าใจของตน ทําให้เกิดการ
พัฒนา
ทางสติปัญญาหรือความคิด โดยครูจะใช้คําถามเชื่อมโยงจากกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้เด็กได้คิด
รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการทํากิจกรรม ให้เกิดการวิเคราะห์การใชเหตุผล การสังเคราะห์และการ
ประเมินค่าตัวกิจกรรมนั้นจะเป็นสิ่งที่เอื้ออํานวยให้เด็กสังเกต รับรู้ทําให้เด็กมีโอกาสฝึกคิด
เกี่ยวกับสิ่งที่เด็กได้กระทําลงไป การฝึกให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาการคิดแก้ไขปัญหาต่างๆ เผชิญกับ
สถานการณ์ที่เป็นปัญหาและสามารถเลือกตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
สามารถพัฒนาให้เด็ก
คิดระดับสูงได้และในการคิดจะต้องให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง
ข้อสังเกตที่ได้จากการวิจัย
จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า
1. กิจกรรมวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่เด็กได้ลงมือปฏิบัติการทดลองด้วยตนเอง เด็กจะเกิดสนใจและ
ตื่นเต้นในขณะที่ทําการทดลองได้เห็นถึงขั้นตอนในการทดลอง เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และทําให้เด็กเกิดความสงสัยในระหว่างการทดลอง ซึ่งครูจะใช้คําถามกระตุ้นเพื่อให้เด็กได้
คิดหาคําตอบและสรุปผลการทดลองตามความเข้าใจของเด็กเอง
2. การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เด็กจะได้หยิบ จับ สัมผัสสังเกต วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ
อย่างอิสระ เพื่อวิเคราะห์ลักษณะ ความเหมือน ความแตกต่าง ของวัสดุอุปกรณ์ที่จะนํามาใช้ใน
กิจกรรมวิทยาศาสตร์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


.jpg)






